วิธีตัดสินใจ ที่เราจะไม่เสียใจภายหลัง

0
99
วิธีตัดสินใจ ที่เราจะไม่เสียใจภายหลัง

หายไปหลายวันจาก บทความก่อนหน้า
ช่วงนี้มีงาน และเรื่องด่วนให้ตัดสินใจอยู่บ่อยครั้งทั้งในเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงาน
หลายครั้งเป็นการตัดสินใจที่ยากจากหลายปัจจัย
ก็เลยคิดถึงเรื่องที่เคยอ่านในหนังสือ “The 7 Habits of Highly Effective People”
ของ ‎Stephen R. Covey นักเขียนชื่อดัง และเชื่อว่าเกือบทุกคนที่ชอบในการพัฒนาตนเอง
อันนี้ก็ขอเป็นเสียงยืนยันอีกเสียงครับ ว่าควรไปหามาอ่าน มันดีมาก
แม้จะเขียนมาตั้งแต่ 1989 ก็ตาม ยังคงสามารถนำมาใช้ได้เป็นอย่างดี

สำหรับวันนี้ผมอยากมาชวนคุยเรื่องที่ผมนำมาประยุกต์ใช้เรื่องการตัดสิน
ในแบบที่เราจะไม่รู้สึกเสียใจในภายหลังเลย
เป็นอุปนิสัยที่ 2 : Begin with the end in mind
คือให้เราคิดถึงจุดสุดท้ายของชีวิตเรา หรืองานศพเรา
แล้วเราอยากให้ใครกล่าวถึงเราในด้านอะไร อย่างไรบ้าง
ก็จะทำให้เรารู้ว่าจุดมุ่งหมายสุดท้ายในชีวิตของคุณ
เพื่อใช้เป็นกรอบว่าคุณจะต้องทำอะไร เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายในใจนี้

ซึ่งผมว่ามันนำมาประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจ
โดยเฉพาะตอนที่เราอยู่บนทางแยกที่ตัดสินใจได้ยาก
อย่างเช่นมีเรื่องครอบครัวและคนที่เรารักมาเกี่ยวข้องด้วย
ผมขอเล่าเรื่องที่ผมเพิ่งเจอมาหละกันครับ เพราะเป็นประสบการณ์ตรง

บ้านที่กรุงเทพฯ ตอนนี้มีการต่อซ่อมส่วนหน้าบ้าน และห้องครัว
ซึ่งผมที่ตอนนี้อยู่ระยองเป็นหลัก ก็ได้ลงไปช่วยคุยกับช่างที่แม่หามา
เรื่องรายละเอียดการซ่อมแซมให้เรียบร้อย ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย
ในระหว่างซ่อมผมก็กลับมาทำงานที่ระยอง แล้วใช้ดูวีดีโอที่ให้แม่ถ่ายความคืบหน้ามาให้ดู
แต่แม่ก็มีความกังวลมากมาย เรื่องหลังคาห้องครัวที่เหมือนจะรั่วอยู่
และเรื่องความสูงหน้าบ้านที่ท่านคิดว่าท่านเดินขึ้นไม่ไหว แต่ผมก็ได้แต่ให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์
เพราะยังคงต้องทำงานและดูแลลูกร่วมกับภรรยา

แต่โทรศัพท์ที่แม่โทรหาเรื่องความกังวลครั้งล่าสุด เหมือนมันไม่มีทางออก
เพราะสื่อสารความต้องการของตัวเองไม่ได้ จนเป็นที่มาว่าช่างก็ไม่สามาถทำงานให้ได้ตรงกับใจ
มันส่งผลเรื่องความปลอดภัยของ พ่อแม่ ที่นับวันจะสูงอายุ และอาจได้รับความเสี่ยง
เรื่องอุบัติเหตุหกล้มได้ หากปรับปรุงหน้าบ้านได้ไม่ดีมากพอ
ซึ่งหากให้ผมช่วยมีทางเดียวคือต้องไปดูที่หน้างานว่าเป็นอย่างไร
และคุยกับช่าง ที่มีอาการไม่พอใจกับความต้องการปรับเปลี่ยนที่ก็ไม่รู้ว่าจะทำให้ตรงใจได้อย่างไร
แต่ช่วงนี้ก็ติดงานเยอะอยู่ กับไม่อยากทิ้งให้ภรรยาอยู่คนเดียว
เพราะทั้งดูลูกและทำงานไปด้วยเป็นเรื่องที่หนัก ผมเข้าใจเรื่องนี้ดี

ตรงนี้แหละที่ผมนำข้อคิดเรื่อง Begin with the end in mind
เข้ามาช่วยตัดสินใจ ผมเห็นภาพตัวเองที่เป็นคนที่พึ่งพาได้ของแม่ในช่วงเวลาที่ท่านต้องการ
และเห็นภาพครอบครัวพูดว่า ผมเป็นคนที่รักครอบครัว และจะไม่ปล่อยให้เรื่องที่ไม่ถูกต้อง
เกิดขึ้นอย่างนิ่งเฉย แต่จะช่วยจนสุดความสามารถ

ต้องขอบคุณที่ผมมีภรรยาที่เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี ผมจึงเล่าปัญหาเรื่องที่บ้านให้เธอฟัง
และบอกเธอว่าผมกำลังตัดสินใจเรื่องนี้อยู่ว่าจะทำอย่างไร
แต่ผมแก้ได้แน่ถ้าได้อยู่หน้างานสัก 2-3 วันเพื่อคุยกับแม่และช่าง แล้วคอยดูแลหน้างาน
เธอเข้าใจ และโอเคที่จะทำหน้าที่หนักขึ้น เพื่อให้ผมไปช่วยแม่เรื่องการซ่อมบ้าน

ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง หลังจากคุยกันเสร็จผมก็เก็บของ และขับรถมาบ้านที่กรุงเทพฯทันที
เช้าอีกวันพอลงมาเจอกับช่าง ก็คุยเรื่องการแก้แบบที่ต้องการใหม่
แน่นอนว่าช่างไม่พอใจ เพราะต้องทุบ และรื้อโครงสร้างบางส่วนออก
ซึ่งเพิ่มงาน กระทบกำหนดการของช่างที่ต้องการปิดงานแล้ว และไม่ตรงกับเงื่อนไขที่ตกลงไว้ตั้งแต่ต้น
สิ่งที่ผมทำได้เพื่อให้ช่างคุยกับผมต่อ คือ ผมยกมือไหว้ ขอโทษช่างและลูกทีมทุกคน
ทั้งที่ปกติแล้วผมเป็นคนที่ไม่ขอโทษใครง่ายๆ อย่างเรื่องนี้ก็เหมือนกัน
เพราะผมเป็นผู้จ้าง และมันเป็นหน้าที่ของช่างที่ต้องยอมทำตาม
โดยที่ไม่ต้องแคร์ความรู้สึกช่างก็ได้ เพราะจบงานนี้ก็คงไม่ได้เจอกันอีกแน่
แต่ที่เหตุการณ์เป็นอย่างนี้เพราะผมต้องการการแก้ปัญหาที่ไม่มีความอึดอัด ไม่พอใจ ความโกรธเลย

ซึ่งจุดนี้ผมก็ใช้หลักคิดเดิม คือคิดถึงผลลัพธ์สุดท้ายของเรื่องนี้
แม่ได้การปรับแบบที่ปลอดภัย และตรงใจ
ส่วนช่างก็ไม่ติดใจอะไรกับแม่หรือครอบครัวเรา
เพราะบ้านนี้ก็มีแต่คนแก่อยู่ ข่าวร้ายๆ เรื่องเกี่ยวกับคนงาน และการทำร้ายร่างกาย
ผมไม่ยากให้เกิด มือผมจึงอ่อนลง เพื่อไม่ให้มีเหตุอะไรที่จะเป็นฉนวนในอนาคต
สุดท้ายการซ่อมบ้านก็จบลงด้วยดีในอีก 1 วันหลังจากนั้น
และในคืนเดียวกันนั้นเลยผมก็ขับรถกลับระยองทั้งทีเช่นกัน

เรื่องนี้ผมรู้ได้ชัดเจนมากว่า ผมจะไม่กลับมาเสียใจกับการตัดสินใจแบบนี้อีกแน่ๆ
เลยอยากมาแชร์ไว้ เพราะคิดว่าทุกคนต้องมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจแบบยากๆ เข้าสักวัน
นี้อาจจะช่วยคุณให้ผ่านมันไปได้ง่ายกว่าที่คุณคิด

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ หวังว่าคุณจะได้ประโยชน์จากแง่คิดบางเรื่องในนี้บ้าง
และหากคิดว่าบทความนี้อาจมีประโยชน์ให้กับคนที่คุณรู้จัก ก็ฝากแชร์ไปให้คนๆ นั้น
พบกันใหม่บทความหน้าครับ


หากชอบฟังแบบ Podcast ก็ฟังได้ที่

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here