ทำไม Apple iPhone Keynote ถึงได้ผล

0
33
EP.8 ทำไม Apple iPhone Keynote ถึงได้ผล
Photo Credit: Apple Channel on YouTube

ใครที่ชอบดู Keynote ของ Apple บ้าง โดยเฉพาะงานวันที่เปิดตัว iPhone ตัวใหม่
ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบดู และก็ไม่รู้เป็นอย่างไร
ทำไมมันถึงเปลี่ยนความคิดที่เรามีต่อ iPhone ในระหว่างที่ดู Keynote ให้รู้สึกดีกับสินค้ามากขึ้นได้
อย่างครั้งนี้ภาพหลุด iPhone 11 ทำให้เราพอจะรู้ถึง Design
โดยเฉพาะกล้องหลัง 3 ตัว ที่อยู่ในกรอบสีเหลี่ยม และปูดขึ้นมาจากด้านหลังค่อนข้างมาก
คือรู้สึก Apple จะเอาแบบนี้จริงเดะ ทุเรศจัง…
กล้อง 3 อันเรียงอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม และปูดออกมาอีกต่างหาก ใครจะอยากใช้
แต่พอได้ฟัง Keynote ระหว่างนั้นผมกลับรู้สึกว่ามันเริ่มสวยขึ้นมาเรื่อยๆ
อืม… ก็ดูสวยดีนะ น่าใช้ดีแฮะ อยากได้แฮะ

มันไม่แปลกเลยที่คุณคิดอย่างนั้น หลังจากที่คุณดู Keynote ไป
เพราะ Keynote มันถูกออกแบบมาให้คุณรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
Apple ได้ฉายาจากสื่อหลายสำนักในต่างประเทศว่าเป็นนักเล่าเรื่องมือฉมัง (Storyteller)
ซึ่งผมขอยกตัวอย่างบทความของ The Verge ที่ได้มีการสรุปหลักการทำ Keynote ของ Apple ไว้
ว่ามีสูตรสำเร็จในการเล่าเรื่องแยกออกเป็น 3 ขั้นตอน

  1. พูดคุยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด
    เช่น มักจะยกตัวเลขความพึงพอใจของลูกค้า ว่ามากที่สุดในตลาด หรือจะเป็นตัวเลขความยิ่งใหญ่ มีผู้ใช้มากที่สุด
  2. พูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดและรายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับสิ่งใหม่
    เช่น อย่างของ iPhone 11 ก็เน้นเรื่อง CPU A13 Bionic ว่ามันดี มันแรงที่สุดในตลาดขนาดไหน
    หรือจะเป็น Hardware ของตัวกล้องหลัง ว่าเก็บภาพได้มุมดีมากขึ้นขนาดไหน
  3. พูดคุยเกี่ยวกับสิ่งใหม่ ๆ ของ Apple ที่จะช่วยให้คุณทำสิ่งใหม่ที่น่าทึ่ง
    เช่น การโชว์ว่ากล้องหน้าสามารถเอามาทำอะไรเท่ห์ๆ ได้บ้างอย่างเช่นการทำ “Slofies”
    คือ การทำถ่ายวีดีโอแบบ Slow-motion ด้วยการทำ Selfie ไปพร้อมกัน
    หรือกล้องหลังที่มีมากถึง 3 ตัวเนี้ยสามารถเอามาถ่ายทำหนังสั้นได้เทียบเท่ากล้องโปรเลยทีเดียว

หรืออาจมองได้เป็นการเล่าเรื่อง อดีต -> ปัจจุบัน -> อนาคต
จุดพีคคือ Apple ขายอนาคต ให้เราไปวาดภาพเองต่อในหัว
ว่าเราสามารถใช้ iPhone ทำอย่างโน้น อย่างนี้ได้ดี มันเป็นมากกว่าโทรศัพท์สมาร์ทโฟนทั่วไป

นอกจาก Apple จะเล่าเรื่องเก่งแล้ว เค้ายังสามารถกระตุ้นให้เราอยู่กับ Keynote เค้าได้
แบบที่เราเองแทบไม่มีเวลาวอกแวกจาก Keynote ได้เลย
เรื่องนี้ก็มีสื่ออย่าง Inc. ทำบทความอธิบายเรื่องนี้กันเลยทีเดียว
ว่าทุกคนที่ขึ้นมาพูด จะต้องไม่พูดยาวเกิน 10 นาที จะต้องมีการเปลี่ยน Content ใน Keynote
เช่น ตัดไปเป็นวีดีโอ หรือการสาธิตต่างๆ

ผลก็คือมันทำให้ผมนั่งดู Keynote ยาว 2 ชั่วโมง แบบที่ไม่กล้าทำอย่างอื่นไปด้วย
เพราะกลัวจะพลาดอะไรสำคัญไป และไม่รู้สึกเบื่อ
แถมยังเริ่มเคลิมไปกับสินค้าใหม่ที่เป็นตัวในวันนั้นทุกตัว

คำถามจากเรื่องนี้คือ วิธีการนี้เราสามารถนำมาใช้กับงานเรา หรือเรื่องส่วนตัวของเราได้อย่างไรบ้าง?
โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ที่อยากเพิ่มยอดขาย เพิ่มคุณค่า เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและแบรนด์ของคุณ
มันคงเยี่ยมยอดมาก ถ้าเราสามารถกระตุ้น และโน้มน้าวคนที่เราคุยด้วยในทุกวัน
ให้มีความรู้สึกเหมือนกับการฟัง Keynote ของ Apple คงทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีมากแน่นอน
ของแบบนี้คงต้องลองไปปรับใช้ และฝึกฝนเยอะ

ผมคนหนึ่งหละที่ว่าจะลองฝึกดู แล้วคุณหละคิดเหตุอย่างไรบ้างกับแง่มุมนี้
หากคุณรู้สึกว่ามันมีประโยชน์ ก็แชร์ไปให้คนที่น่าจะได้ประโยชน์เพิ่มด้วย
ผมคงรู้สึกยินดีมาก แล้วพบกันใหม่บทความหน้าครับ


หากชอบฟังแบบ Podcast ก็ฟังได้ที่

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here