ถ้าหาหุ้นส่วนที่ดีไม่ได้ อย่าทำธุรกิจนั้น

0
37
ถ้าหาหุ้นส่วนที่ดีไม่ได้ อย่าทำธุรกิจนั้น
Photo by Cytonn Photography on Unsplash

วันนี้ผมคิดเรื่องการจะทำธุรกิจใหม่ กับหุ้นส่วนใหม่
แล้วก็นึกได้ว่าเคยอ่านหนังสือชื่อ “MIDAS TOUCH ผู้ประกอบการมือทอง
ที่เขียนโดย Donald J.Trump และ Robert T. Kiyosaki
ซึ่งหนึ่งในนิ้วทั้ง 5 คือ นิ้วนาง หรือ ความสัมพันธ์
และเรื่องราวในหนังสือก็จะเล่าถึงความล้มเหลวของหลายธุรกิจที่ทั้ง 2 คนเจอมา
แล้วสรุปออกมาได้ว่า

“ถ้าหาหุ้นส่วนที่ดีไม่ได้ อย่าทำธุรกิจนั้น”

เป็นสิ่งที่ผมสรุป และได้รับมา เพียงแง่คิดหนึ่ง ผมคงไม่ได้มารีวิวหนังสือทั้งเล่มในบทความนี้
อย่างไรก็ดีผมแนะนำว่าถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการ
นี้ก็เป็นหนังสืออีกเล่มที่ผมแนะนำให้ลองอ่านเนื้อหาทั้งหมด

หนังสือเล่มนี้ ทำให้ผมได้ลองมองย้อนกลับไปดูสิ่งที่ตัวเองเจอมากับการทำธุรกิจที่ผ่านมา
มันใช่เลย ธุรกิจที่ตอนนี้เลิกทำไปแล้ว ทุกอันเพราะได้หุ้นส่วนที่ไม่ดี ทุกอัน
อันนี้ผมไม่ได้บอกว่าหุ้นส่วนเป็นคนไม่ดีนะครับ แต่เค้าเพียงแต่ไม่ใช้หุ้นส่วนที่ดีในการทำธุรกิจเท่านั้น

ส่วนเรื่องการที่เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าคนๆนั้น จะเป็นหุ้นส่วนที่ดีสำหรับเราหรือเปล่านั้น
มันต้องใช้สัญชาตญาณ ที่เกิดจากประสบการณ์การสังเกตุพฤติกรรมของผู้คนด้วยตัวคุณเอง
แต่ที่แน่ๆ หุ้นส่วนจะต้องมีความ “ซื่อสัตย์” และ “ยึดถือในหลักคุณธรรม” เป็นเรื่องสำคัญ
ลองถามตัวคุณดูว่า 2 คุณสมบัตินี้เป็นคุณสมบัติที่ในตัวคนนั้นเด่นชัดหรือเปล่า
และเค้าให้ความสำคัญทั้งการให้และการรับหรือเปล่า ก็พอเป็นไกด์ไลน์ในการเลือกหุ้นส่วนได้ระดับเริ่มต้น

ผมชอบเรื่องที่ Robert T. Kiyosaki เล่าให้ฟังว่าหุ้นส่วนของเค้าหลายคน
เปลี่ยนจากหุ้นส่วนที่ดีในช่วงต้น เป็นหุ้นส่วนที่ไม่ดีในตอนท้าย
เพราะสาเหตุหลักคือเรื่องความสำเร็จ เงินทอง ที่มากขึ้น
ทำให้ผมนำเรื่องนี้มาประยุกต์ และกลายเป็นหนังสือสัญญาเรื่องการเป็นหุ้นส่วน
คือหลังจากที่คุยกันถูกคอ และมีไอเดียทำธุรกิจกันแล้ว ที่น่าจะเป็นไปได้
ก็เริ่มคุยกันเรื่องข้อตกลงเรื่องผลประโยชน์ เงินๆ ทองๆ กันให้จบก่อน
มันคล้ายกับสัญญาแบ่งสมบัติกันไว้ก่อนแต่งงาน
หลายคนเริ่มรู้สึกว่าพวกเขาคงร่วมงานกันไม่ได้ก็ตอนที่ทำสัญญาการเป็นหุ้นส่วนกันนี่เอง
มันคงดีกว่าถ้าเรารู้ตั้งแต่ต้นว่าความคิดเรามันต่างกันมาก ดีกว่าลงทุนทำกันไปแล้วค่อยมารู้ทีหลัง
เป็นคำข้อคิดที่ผมได้จากการอ่านเล่มนี้ เพราะมันช่วยกรองคนออกไปได้มาก สำหรับคนที่เป็นหุ้นส่วนที่ไม่ดี
ถ้าผ่านขั้นตอนนี้มาได้ ส่วนใหญ่ก็มีความเป็นไปได้มากว่าจะเป็นหุ้นส่วนที่ดีได้

ส่วนหลังจากนั้นก็ต้องลองทำงานร่วมกันดูต่อไป เพราะอนาคตยังไงก็เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนอยู่แล้ว
แต่ที่แน่ๆ คือผมเองก็ต้องพยายามทำตัวเป็นหุ้นส่วนที่ดีเช่นกัน นั้นก็เป็นคำแนะนำของทั้ง 2 กูรูเน้นเช่นกัน
เพราะการเป็นหุ้นส่วนที่ดีนั้น ต้องเป็นทั้ง 2 ฝ่าย เป็นเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้
และผลจากการที่เราเป็นหุ้นส่วนที่ดีนั้น ชื่อเสียงนี้จะทำให้เราได้รับข้อเสนอดีๆ เข้ามาอีกมากมาย
อันนี้ผมก็เห็นด้วยนะ อ้างอิงจากประสบการณ์ของผมเองที่มักจะมีข้อเสนอดีๆ เข้ามาหา
แต่ส่วนจะทำให้ข้อเสนอกลายเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้หรือเปล่านั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง…
เอาเป็นว่า มันเป็นการเปิดทางให้คนที่รู้จักคุณ และอยากทำธุรกิจอะไรสักอย่างที่ต้องการหุ้นส่วน
เค้าจึงนึกถึงคุณเป็นอันดับต้นๆ

ผมหวังว่าแง่คิดและประสบการณ์ผมนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับคุณที่อ่านได้ และหากคุณรู้จักคนอาจจะที่เหมาะสมกับเนื่อหาบทความนี้ ก็ฝากแชร์ไปให้เค้าได้อ่านด้วยนะครับ


หากชอบฟังแบบ Podcast ก็ฟังได้ที่

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here